PhillipCapital PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
เก็บเงินยังไง ให้ลูกมีทุนเรียนปริญญาตรี?


เก็บเงินยังไง ให้ลูกมีทุนเรียนปริญญาตรี?
 

ทุกวันนี้ Mr.Phillip เห็นข่าวดราม่าเกี่ยวกับเรียนดีแต่ยากจนหลายข่าวเลย ทั้งสอบติดแพทย์แต่มีเงินไม่พอ หรือสอบติดเภสัชศาสตร์แต่ไม่มีเงินเรียน ซึ่งแต่ละกรณีก็มีปัจจัยที่แตกต่างกันไป แต่เชื่ออย่างหนึ่งครับว่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่อยากส่งเสียลูกให้ได้เรียนสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการเรียน คือ โอกาสในชีวิต
 
วันนี้ เลยอยากจะมาขอเล่าเรื่องของการวางแผนการออมเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาของลูกให้เพื่อน ๆ ฟัง เผื่อจะได้เริ่มต้นกันแต่เนิ่น ๆ ครับ ขอยกตัวอย่างหลักสูตรคณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งมาเป็นตัวอย่างในการคำนวนนะครับ
โดยสมมติว่าลูกพึ่งเกิด (0 ขวบ) และมีเงินเฟ้อการศึกษาที่ 5% โดยใช้สูตร
 
ค่าเรียนที่ต้องเตรียม ณ ชั้นปีนั้น=ค่าเรียนปัจจุบัน ×(1+อัตราเงินเฟ้อ) จำนวนปีนับจากปัจจุบัน

ซึ่งจะได้ตัวเลขตามตาราง
 
 
แปลว่า หากต้องการส่งน้องเรียนหลักสูตรดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่จะต้องเตรียมเงินสำหรับช่วงชั้นปริญญาตรีจำนวน 1,043,208.05 บาท ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเลือกวิธีการเก็บเงินให้ลูกได้หลากหลายวิธี โดยมีทางเลือกที่น่าสนใจ ตามนี้
 
1. เงินฝากประจำ

เงินฝากประจำคือ เงินฝากที่เราทยอยฝากเงินเข้าไปเท่า ๆ กันทุกเดือน โดยได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากปกติ โดยปัจจุบันผลตอบแทนจากการฝากประจำอยู่ที่ 0.5 – 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี นั่นแปลว่าหากเพื่อน ๆ เลือกทางเลือกนี้ จะต้องเก็บเงินประมาณปีละ 53,185 – 55,532 บาท หรือเดือนละ 4,432 – 4,627 บาทครับ
 
 
2. ลงทุนออมหุ้น/ออมกองทุน
 
กรณีที่เพื่อน ๆ เลือกออมผ่านการลงทุนแบบรายเดือน หรือที่เรียกว่า “ออมหุ้นหรือออมกองทุน” แบบที่ Mr.Phillip ทำอยู่ โดยเป็นการซื้อหุ้นหรือกองทุนรวม ด้วยจำนวนเท่ากันทุกเดือน สมมุติเราคาดหวังโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี จะทำให้เพื่อน ๆ ออมเงินก้อนโตได้ง่ายขึ้น โดยลงทุนปีละประมาณ 37,100 บาท หรือเดือนละ 3,091 บาทเท่านั้นเองครับ แต่ทั้งนี้การลงทุนย่อมมาพร้อมความเสี่ยง สำหรับหุ้นหรือกองทุนที่จะเลือกออม ควรเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และควรหมั่นรีวิวทุก 6 หรือ 12 เดือนว่ายังเหมาะสมกับการลงทุนต่อไปหรือไม่ ตรงนี้สามารถปรึกษา บล.ฟิลลิป ได้โดยตรงเลยครับ

   
3. ประกันสะสมทรัพย์
 
สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากได้ความแน่นอนไม่ต้องลุ้นกับผลตอบแทน หรือไม่ต้องกังวลว่าหากเราจากไปก่อนวันที่ลูกเริ่มเข้าเรียน เพื่อน ๆ อาจเลือกประกันสะสมทรัพย์ได้ ส่วนออมเท่าไรนั้น ขอให้ติดต่อตัวแทนประกันชีวิตได้เลยครับ ทางตัวแทนจะเสนอแบบประกันสะสมทรัพย์ที่เหมาะสมให้เองเลย แต่บอกก่อนครับ ว่าประกันสะสมทรัพย์อาจได้ผลตอบแทนน้อย แต่ที่ได้แน่ ๆ คือความมั่นคงครับ
   
4. ประกันควบการลงทุน
 
ถ้าใครอยากได้ความมั่นคงพร้อมโอกาสรับผลตอบแทน Mr.Phillip แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกอย่างหนึ่ง เรียกว่าประกันควบการลงทุนครับ (Unit Link) ประกันควบการลงทุนนี้ ผสมผสานโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากกองทุนรวม และในวันที่โชคร้ายคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตไปเสียก่อน ก็สามารถรับทุนประกันเป็นเงินถุงให้ลูกน้อยได้เรียนอย่างสบาย ๆ ครับ เรียกว่าอยู่ก็เป็นไปตามแผน จากไปก่อนก็เป็นไปตามแผนเลยครับ แต่ก็มีค่าการประกันที่ต้องจ่ายนะครับ ดังนั้นทางเลือกนี้อาจต้องเก็บเงินมากกว่าการออมหุ้นหรือออมกองทุนครับ
   
ย้ำเตือนกันอีกนิดครับ แผนการเก็บเงินเพื่อการศึกษาลูกรักของเรานี้ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งใช้เงินเก็บต่องวดน้อย สำหรับท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์การลงทุน เช่น ออมหุ้น/ ออมกองทุน ประกันสะสมทรัพย์หรือประกันควบการลงทุน สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ บล.ฟิลลิป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://forms.gle/nVyFmGxUz2VtZJ2B9