PhillipCapital PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
ตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีอะไรดีให้น่าลงทุน?

 

สิงคโปร์เป็นตลาดทุนที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทำความเข้าใจคำแนะนำ ข้อดี ข้อเสีย และข้อมูลต่างๆ จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวม รับรู้ความเสี่ยง และเริ่มลงทุนได้อย่างมั่นใจ
 
ภาคการค้าและการเงินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
 
สิงคโปร์มีภาคการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ มีข้อตกลงทางการค้ากว่า 25 ฉบับ ทั้งแบบทวิภาคีและแบบรวมกลุ่มทางภูมิภาคนับ 15 ฉบับ มีการส่งออกใหญ่เป็นลำดับที่ 15 และนำเข้ามากเป็นลำดับที่ 16 ของโลก (สถิติในปี 2019) และตลาดหุ้นสิงค์โปร์อย่าง Singapore Exchange Limited ก็มีมูลค่าหลักทรัพย์ประมาณ 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
ข้อดีและความเสี่ยงจากการลงทุนในสิงคโปร์

สิงคโปร์มีทั้งเศรษฐีระดับโลก ประชากรที่มีรายได้สูงอยู่มากมาย รวมถึงภาคเศรษฐกิจที่มีการเติบโตสูง แต่ก็ยังต้องจับตามอง เพราะเศรษฐกิจของสิงคโปร์ขับเคลื่อนได้จากธุรกิจต่างชาติเป็นหลัก
 
ข้อดี
 
- ประชากรมีรายได้ดีเป็นอันดับสองของโลก
โดยอิงจาก GDP ต่อหัว และยังมีอัตราการว่างงานต่ำในหมู่ประเทศพัฒนาแล้วทั้งหมด ถือเป็นประเทศที่ประชากรมีกำลังจับจ่ายสูง
 
- สภาพเศรษฐกิจที่หลากหลายและเปิดกว้าง
มีธุรกิจมากมายทั้ง การขนส่ง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมเภสัชกรรม
 
ความเสี่ยง
 
- เศรษฐกิจของสิงคโปร์ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจต่างชาติ
ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ในต่างประเทศล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์เช่นกัน
 
- มีธุรกิจที่เชื่อมโยงกับจีนมากมาย
จะคล้ายกับความเสี่ยงข้อแรก ซึ่งในกรณีของการผูกกับจีนมากไป ทำให้การเติบโตช้าเพราะเศรษฐกิจจีนนับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมาก็เติบโตช้าลง

 
โอกาสในการลงทุนที่สิงคโปร์

การลงทุนในตลาดหุ้นสิงคโปร์สามารถเริ่มได้ทั้ง หุ้นรายตัว, กองทุน ETF, กองทุนรวมแบบปิด หรือ ADR (ใบรับฝากหุ้นที่ออกโดยสถาบันการเงินสหรัฐอเมริกา)  
 
- การลงทุนในหุ้น
สำหรับตลาดหุ้นสิงคโปร์จะมีการซื้อขายเป็นเงินสกุล ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์อยู่ที่ 08.00 - 16.00 น. ไม่เสียภาษีปันผล (ภาษี ณ ที่จ่าย) ตัวอย่างรายชื่อหุ้น 5 บริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นกิจการสัญชาติสิงคโปร์

1. DBS Group Holding (SGX:D05) ธนาคารอันดับ 1 ในสิงคโปร์ มูลค่าสินทรัพย์รวม 89.92 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 3.45%

2. United Oversea Bank (SGX:U11) ธนาคารอันดับ 2 ในสิงคโปร มูลค่าสินทรัพย์รวม 51.84 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 3.9%

3. SingTel (SGX:Z74) บริษัทโทรคมนาคมเจ้าใหญ่ของประเทศ มูลค่าสินทรัพย์รวม 42.61 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 2.67%

4. MapleTree Logistic Trust(SGX:M44U) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ โดยเน้นภาค E-Commerce มูลค่าสินทรัพย์รวม 8.32 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 4.71%

5. Wilmar International Limited (SGX:F34) บริษัทแปรรูปอาหารที่มีเครือข่ายบริษัทลูกมากกว่า 300 บริษัทมูลค่าสินทรัพย์รวม 29.20 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 2.94%
 
- ลงทุนใน ETF
วิธีลงทุนในตลาดการเงินสิงคโปร์ที่ง่ายที่สุดคือ ETF เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ของอเมริกา กองทุน ETF ที่เป็นที่นิยมตัวหนึ่งก็คือ iShares MSCI Singapore ETF (EWS) ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินทรัพย์ 19 จะมาจากธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่

และ SPDR Strait Time Index (ES3) เป็นกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนตามดัชนี Straits Times Index ซึ่งเป็นดัชนีของ 30 บริษัทที่มีผลงานดีที่สุดใน SGX มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 1.6 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ด้วยความที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้า ETF ก็จะเน้นไปที่สถาบันการเงิน 49.06% อสังหาริมทรัพย์ 22.97% และ อุตสาหกรรม 11.14% ซึ่งจัดว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง
 
- ซื้อกองทุนรวมแบบปิด
กองทุนรวมแบบปิดอย่าง Aberdeen Asia-Pacific Income Fund, Inc. (FAX) เป็นกองทุนรวมแบบปิดที่มีส่วนมูลค่าสินทรัพย์กว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนในตราสารหนี้จากหลายๆ ประเทศ เช่น สิงคโปร์ จีน อินโดนีเซีย อินเดีย และออสเตรเลีย ข้อสังเกตหลักคือกองทุนปิดจะซื้อขายค่อนข้างยาก
 
- ลงทุนด้วย ADR
การลงทุนด้วย ADR หรือ ใบรับฝากหุ้นที่ออกโดยสถาบันการเงินสหรัฐอเมริกา ซื้อขายได้ง่าย เป็นการติดต่อกับโบรกเกอร์อเมริกันโดยตรง แต่มีความเสี่ยงมากกว่า ETF และ กองทุนปิด เพราะมีสภาพคล่องและการกระจายสินทรัพย์ที่น้อยกว่า และเสียภาษีสองต่อทั้งให้ฝั่งสหรัฐและทางสิงคโปร์
 
สำหรับใครที่สนใจตลาดหุ้นสิงคโปร์ เร็วๆ นี้กำลังจะมีกิจกรรมออนไลน์ ซึ่งนักลงทุนคนไทยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี คืองาน

The Singapore Trading Festival เป็นรูปแบบสัมมนาออนไลน์ที่รวมกูรูภาคธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเป็นวิทยากร
โดยจะจัดขึ้นวันที่ 26 - 27 มีนาคม และ 2 – 3 เมษายนนี้ ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่: https://bit.ly/3q5lwGo
 
Credit: Justin Kuepper นักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 15 ปี ทั้งในด้านหุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้, เงินตรา, และ สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
https://www.thebalance.com/a-guide-to-investing-in-singapore-1979029