PhillipCapital PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
7 ETFs สหรัฐ ที่เติบโตได้ดี

 

แม้ปี 2022 จะเริ่มต้นไม่ค่อยดีทั้งจาก Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอนหรือการรุกรานยูเครนของรัสเซีย จะทำให้การลงทุนหุ้นเน้นเติบโต รวมทั้งกองทุน ETF มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น แต่ในโลกการลงทุนก็มักมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาพวะของตลาด เช่น ETF จากตลาดเงินสหรัฐที่ยังคงอัตราการเติบโตได้ดี และกองทุน ETF ยังเหมาะอย่างมากในการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน
 
Invesco S&P 500 GARP ETF (SPGP)

SPGP เป็นกองทุน ETF อิงดัชนี S&P 500 ซึ่งประกอบด้วยสินทรัพย์ 75 ตัวที่เติบโตดี มีพื้นฐานแข็งแรง มีมูลค่าไม่สูงหากเทียบกับกองทุนเน้นเติบโตตัวอื่นๆ อัตราส่วน P/E อยู่ที่ 18 นิดๆ ค่อนข้างต่ำหากเปรียบกับกองทุนตัวอื่นๆ

SPGP มีมูลค่ารวม 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ค่าใช้จ่ายค่อนไปทางสูงสำหรับ ETF ที่มีอัตราคาใช้จ่าย 0.36% และ ผลตอบแทนราย 12 เดือน 0.71% เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021
 
iShares Russell Top 200 Growth ETF (IWY)

IWY อ้างอิงดัชนี Russell Top 200 Growth Index ซึ่งรวมบริษัทใหญ่ 200 แห่ง จาก Russell 3000 Index มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราค่าใช้จ่ายดำเนินการ 0.2%. ผลตอบแทนราย 12 เดือนอยู่ที่ 0.53%.

ETF IWF รวมเอาบริษัทใหญ่ของสหรัฐที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้อัตรา P/E อยู่ที่เกือบ 50 หากกองทุนนี้เกิดการชะลอตัว ตลาดทุนก็มักจะจะชะลอเช่นกัน
 
Vanguard Mega Cap Growth ETF (MGK)

ETF MGK นี้ลงทุนอิงดัชนี CRSP US Mega Cap Growth ดัชนีนี้จัดว่าเน้นเติบโตจากปัจจัยที่ กำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) มีการเติบโตดีทั้งในระยะยาวและระยะสั้น ส่วนอัตรา P/E ก็อยู่ในกลุ่มเติบโตที่ประมาณ 32

สินทรัพย์กองทุนนี้มีมูลค่ารวม 13.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 30 พศจิกายน 2021) อัตราค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 0.07% ผลตอบแทนราย 12 เดือน 0.49%
 
iShares Russell 1000 Growth ETF (IWF)

กองทุน ETF iShares Russell 1000 Growth ลงทุนอิงบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่ของสหรัฐที่มีการเติบโตดี แม้กองทุนจะเน้นในบริษัทขนาดกลาง แต่บริษัทเหล่านี้ก็สามารถจัดประเภทว่าเป็นบริษัทใหญ่ และยังลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Microsoft และ Amazon อีกด้วย

IWF มีมูลค่า 76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2021) ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 0.19% ส่วนผลตอบแทนราย 12 เดือนอยู่ที่ 0.50%.
 
SPDR Portfolio S&P 500 Growth ETF (SPYG)

ETF ตัวนี้ลงทุนโดยอิงดัชนี S&P 500 ที่เน้นเติบโต โดยใช้ 3 ปัจจัยในการเลือกสินทรัพย์ คือ อัตราการเติบโตของราคาขายใน 3 ปี, เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาใน 12 เดือน และ การเปลี่ยนแปลงของกำไรต่อหุ้นสุทธิใน 3 ปี เมื่อคำนวณเสร็จจะได้สินทรัพย์ 242 ตัว และอัตรา P/E 29

ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 กองทุน ETF นี้มีมูลค่า 15.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ 0.04% และผลตอบแทนราย 12 เดือนอยู่ที่ 0.64%.
 
Invesco S&P 500 Pure Growth ETF (RPG)

กองทุน ETF RPG นี้จะลงทุนโดยอ้างอิง ดัชนี S&P 500 เน้นเติบโตเป็นหลัก ใช้หลายปัจจัยในการคำนวณหาสินทรัพย์จากทั้งมูลค่าและการเติบโต ได้เป็นสินทรัพย์ 74 ตัว ไม่เน้นบริษัทใหญ่ โดยจะมีเพียง NVIDIA Corp ตัวเดียวที่ลงทุนประมาณ 3.60% จากทั้งหมด

RPG ถือเป็น ETF ที่มีขนาดเล็ก ด้วยมูลค่ารวม 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 ค่าใช้จ่ายจัดว่าสูง ที่ 0.35% ผลตอบแทนราย 12 เดือนจะอยู่ที่ 0.08%
 
Invesco QQQ Trust (QQQ)

กองทุน ETF Invesco QQQ Trust อ้างอิงดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งรวมหุ้นจาก 100 บริษัทใหญ่ของสหรัฐและนานาชาติ โดยกองทุนนี้จะไม่ได้ลงทุนแบบเน้นเติบโต แต่จะเน้นไปที่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ 48% จัดเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เน้นเติบโต

มูลค่าของ ETF ตัวนี้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2021 อยู่ที่ 206.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราค่าใช้จ่ายดำเนินการ 0.20% และผลตอบแทนราย 12 เดือนอยู่ที่ 0.45%
 
หากคุณสนใจลงทุนใน ETFs เหล่านี้ สามารถลงทุนโดยตรง ผ่านบริการ Phillip Global Markets
โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 50,000 บาทเท่านั้น พร้อมบริการ Support 24 ชม. โดยเจ้าหน้าที่คนไทย
สอบถามเพิ่มเติมทาง Line: @phillipglobal ( คลิก: https://lin.ee/q0bIxVg )